Menu
 


บริษัทข้ามชาติพันธุ์ใหม่

บริษัทรถยนต์ชั้นนำของอินเดีย Tata Motors ช็อกชาวโลกอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเสนอตัวเข้าซื้อบริษัทรถยนต์ระดับหรู Jaguar และ Land Rover ของอดีตเมืองแม่อย่างอังกฤษ เพราะธุรกิจรถยนต์ดังกล่าวของเมืองผู้ดีกำลังจะเจ๊ง ขนาดบริษัทรถยนต์อเมริกันเข้าไปอุ้มแล้ว ก็ยังไปไม่รอด จึงต้องการตัวช่วยจริงๆ จังๆ รายใหม่ และฮีโร่คราวนี้กลับกลายเป็นค่ายรถจากแดนภารตะ และที่สร้างความกระอักกระอ่วนใจมากขึ้นไปอีก ก็คือ บริษัท Tata Motors มียุทธ์ศาสตร์ใหม่เพิ่งเปิดตัวรถยนต์คนยาก ด้วยราคาขายเพียงคันละ 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคาสามล้อเครื่องไม่มากนัก ทำให้บริษัทรถยนต์เมืองผู้ดีที่กำลังจะต้องขับเคลื่อนสู่อินเดีย วางตัวไม่ถูกว่าควรชูคอเป็นรถยนต์ไฮคลาสหรือกำลังติดกลุ่มแค่สินค้าตลาดกันแน่
ความรู้สึกเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัวของธุรกิจเมืองผู้ดี แต่ที่ชาวโลกสนใจยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ กระแสการเข้าซื้อกิจการของบริษัทชั้นนำจากประเทศกำลังพัฒนาระบาดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการไปซื้อกิจการในประเทศอุตสาหกรรมเป็นพิเศษ ในอดีตตำราเรียนเศรษฐศาสตร์มักปรากฏแต่ประเทศพัฒนาแล้วออกไปลงทุนซื้อกิจการหรือนำเม็ดเงินไปสร้างโรงงานในประเทศที่ด้อยกว่า จนกลัวว่าบริษัทข้ามชาติพวกนั้นจะครอบงำเศรษฐกิจของชาติกำลังพัฒนา แต่วันนี้เริ่มกลับตาลปัตร องค์กรเพื่อการค้าและพัฒนาแห่งสหประชาชาติ พบว่า การลงทุนโดยตรง หรือ FDI ในประเทศกำลังพัฒนาอาจยังเป็นฝ่ายรับเข้ามากกว่าจะเป็นฝ่ายส่งออกไปลงทุนต่างแดนอยู่ก็ตาม แต่ประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งมีบริษัทชั้นนำเป็นของตัวเองและมีความสามารถที่จะก้าวไปสู่เวทีธุรกิจโลกได้อย่างน่ากลัว
การจัดอันดับธุรกิจยักษ์ใหญ่ของนิตยสาร Fortune 500 อันดับแรกของโลกเมื่อไม่นานมานี้ มีบริษัทที่มาจากกลุ่มชาติกำลังพัฒนาเข้าคิวถึง 61 ราย จากเมื่อ 20 ปีก่อนมีจำนวนเพียง 28 รายเท่านั้น
ที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ จากการศึกษาของ Boston Consulting Group (BCG) พบว่า ในบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศกำลังพัฒนา 100 อันดับแรกวัดจากมูลค่าสินทรัพย์ในปี 2006 มีมูลค่ารวมกันประมาณ 520,000 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่ายอดรวมของมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัทรถยนต์ชั้นนำของโลกรวมกัน 20 บริษัทเสียอีก และเมื่อพิจารณาเม็ดเงินลงทุนโดยตรงที่ออกจากกระเป๋าของพวกบริษัทข้ามชาติรุ่นใหม่ค่ายกำลังพัฒนาในปี 2006 เป็นจำนวนเงินถึง 174,000 ล้านดอลลาร์ หรือเป็นสัดส่วนราว 14% ของยอดรวม FDI ทั้งหมด เทียบกับปี 1990 ที่มีสัดส่วนยอดเม็ดเงินที่ชาติกำลังพัฒนาไปลงทุนต่างแดนเพียง 5% ของ FDI โลกเท่านั้น
บรรดาตัวเลขสถิติที่ยกออกมาแสดงให้เห็น เป็นเพียงหลักฐานเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องการเตือนว่าโลกธุรกิจกำลังสร้างสมดุล โดยธุรกิจท้องถิ่นจากประเทศกำลังพัฒนาเริ่มสะสมประสบการณ์และตระเวนออกไปลงทุนหาพันธมิตรในต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ความจริงธุรกิจกลุ่มนี้มีผลงานเหนือความคาดหมายมานานแล้ว แต่ชอบเก็บตัวอยู่หลังฉาก จนเวลาสุกงอม เช่น Hon Hai หลายคนคงงงว่าเป็นชาติไหน ปรากฏว่าเป็นเซียนจากไต้หวันที่ผลิตพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้แก่บริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง Dell รวมถึง iPod ของ Apple อีกต่างหาก หรืออย่างรองเท้ากีฬาที่เขย่าสนามฟุตบอลโลก เช่น Adidas, Nikes หรือ Reeboks ก็เป็นการผลิตโดยบริษัท Yue Yuen ของจีนเป็นสัดส่วน 20-30%
บริษัทข้ามชาติรุ่นใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มเอเชียเท่านั้น ในแถบละตินอเมริกาก็มีจำนวนมากมาย และเริ่มแทรกตัวซื้อกิจการในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชียเยอะแยะ สิ่งหนึ่งที่สร้างความสำเร็จให้แก่ธุรกิจข้ามชาติรุ่นใหม่ก็คือ ต้องพัฒนา R&D และสร้างผู้เชี่ยวชาญหน้าใหม่ตลอดเวลา คาดกันว่า ทำเนียบบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกภายใน 2010 จะมีชื่อจากกลุ่มชาติกำลังพัฒนานับร้อยราย !!




Money & Banking Electronic Magazine is a monthly magazine published by Media Asscociated Co.,Ltd.
Office : 42/38 Chokchai-Ruammit Soi, Vipavadi-rungsit Road, Bangkok 10900
Telephone: (662) 0-26914126-30 Telefax: (662) 0-22762336 e-mail :
karnngern@karnngern.com